|
|
|
WWW.MOHANAMAI.COMบทบรรณาธิการ
จาก สสม.ถึงความเข้มแข็งของชุมชน
กว่าสองทศวรรษที่ประเทศไทยรับแนวคิด การสาธารณสุขมูลฐาน (สสม.) มาใช้ ทำให้เกิดกิจกรรมสาธารณสุขในระดับชุมชนต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการมี อสม. เป็นเรือนแสน มีศสมช.เป็นเรือนหมื่น มีการดำเนินโครงการจังหวัดสุขภาพดีถ้วนหน้า การทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ฯลฯ
แม้ในด้านหนึ่งการดำเนินงานสาธารณสุขมูลฐานถูกวิจารณ์ว่าวางอยู่บนการทำงานด้วยรูปแบบตายตัวเหมือนกันไปหมด ยังอิงวิธีคิดราชการแนวดิ่ง ขาดความแตกต่างหลากหลายที่สอดคล้องกับวิถีชุมชน บุคลากรสาธารณสุขในระบบยังมิได้เคลื่อนย้ายฐานคิดเรื่องสุขภาพสู่ประชาชนอย่างแท้จริง ทำให้กิจกรรมต่างๆ จำนวนไม่น้อยเป็นเพียงรูปแบบที่ขาดความยั่งยืน แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าการดำเนินงานสาธารณสุขมูลฐานที่ผ่านมาทำให้เกิดการเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาขั้นต่อๆ ไปได้อีกมาก
ปัจจุบันแนวคิดเรื่องสุขภาพกำลังมุ่งเน้นที่การสร้างเสริมสุขภาพนำหน้า ประกอบเข้ากับรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2540 เปิดบรรยากาศของสังคมให้ภาคพลเมืองมีบทบาทสำคัญในทุกเรื่อง ควบคู่ไปกับภาคการเมืองและภาควิชาชีพ วิชาการ ด้วยทิศทางนี้ หมายความว่าระบบสุขภาพต้องปรับไปสู่การมีประชาชนและชุมชนเป็นศูนย์กลาง บทบาทของภาคประชาชนในเรื่องสุขภาพจึงต้องได้รับการเน้นและสิ่งเสริมสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าที่ผ่านๆ มา
หัวใจของการสร้างสุขภาพนอกจากจะต้องเน้นที่การสร้างนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ การส่งเสริมสนับสนุน การพัฒนาทักษะบุคคล การปรับรื้อระบบบริการสุขภาพ การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพแล้ว สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งก็คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพราะความเข้มแข็งของชุมชนคือคำตอบสุดท้ายของการมีสุขภาพดีหรือมีสุขภาวะอย่างเป็นองค์รวมทั้งของคนและของชุมชน
สุขภาพมิใช่แค่เรื่องการเจ็บป่วยหรือไม่เจ็บของบุคคลเท่านั้น
ซึ่งชุมชนจะเข้มแข็งได้ ต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของคนที่อยู่ด้วยกันในชุมชนนั้นๆ คนภายนอกทำแทนไม่ได้ แต่ส่งเสริมสนับสนุนได้
การสาธารณสุขมูลฐานในยุคต่อไป จึงต้องปรับการทำงานกันอย่างขนานใหญ่ โดยควรมุ่งเน้นที่การส่งเสริมสนับสนุนกระบวนการชุมชนที่มีความแตกต่างหลากหลาย สร้างโอกาสการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชน ทำงานร่วมกันหลายภาคส่วนแบบเคียงบ่า เคียงไหล่ ไม่แยกเขาแยกเรา เพื่อผสมผสานศักยภาพ นำไปสู่การทำงานแบบองค์รวม โดยบุคลากรสาธารณสุขต้องร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยอย่างเป็นกัลยาณมิตร
มิใช่ในรูปของผู้ที่เก่งกว่า เหนือกว่า หรือเป็นผู้ที่เข้าไปกำหนดนั่น กำหนดนี่ ตามที่หน่วยเหนือสั่งการลงมาให้ทำอีกต่อไป
คิดได้ ปรับทันก็จะไปได้สวย แต่ถ้าคิดไม่ออก ปรับไม่ทัน ก็อาจหลุดยุคเอาได้ง่ายๆ เหมือนกัน