Free Web Hosting by Netfirms
Web Hosting by Netfirms | Free Domain Names by Netfirms

คอลัมน์ : มุมภาษาอังกฤษ

โดย ชะเอม พัชนี (chaaim@health.moph.go.th) พิษณุ กล้าการนา (pisanuk@health.moph.go.th)


สวัสดีกับหมออนามัยทุกท่าน คอลัมน์นี้คงจะเป็นคอลัมน์แรกกับเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะปัจจุบันนี้ภาษาอังกฤษมีความจำเป็นอย่างยิ่งกับการติดต่อสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็น การอ่าน การพูด การฟังและการเขียน ในคอลัมน์นี้จะนำเสนอกับ สอง เรื่องหลัก คือ การอ่าน และการพูด

การศึกษาภาษาอังกฤษถ้าเราไม่เข้าใจ หรือเข้าใจแต่หลักพื้นฐานและไม่เข้าใจถึงวิธีคิด และองค์ประกอบต่างๆ ก็ยากที่เราจะเข้าใจศาสตร์ของภาษาได้ สิ่งที่อยากให้ทำความเข้าใจมากที่สุดก่อนลำดับแรกถ้าจะเรียนรู้การอ่านภาษาอย่างจริงจังก็คือ การทำความเข้าใจกับวิถีการคิด หรือการระบบภาษา และการดำเนินชีวิต หรือการปฏิบัติ สำคัญที่สุดคือ การคิด คำถามต่อว่า ฝรั่งเขาคิดอย่างไร แล้วเขามีรูปลักษณ์ของภาษาเป็นอย่างไร (เขาบอกว่า ภาษาไทย วิธีการนำเสนอเป็นวิธีการแบบชักแม่น้ำทั้งห้า แบบชูชกหว่านล้อมวิธีขอ กัณหา กับชาลี )

ถ้าเปรียบเทียบความแตกต่างของระบบภาษาระหว่างตะวันออกกับตะวันตก จะพบว่ามีความแตกต่างมาก คำถามว่าแล้วฝรั่งเขาวางรูปความคิดเป็นอย่างไร ตอบได้ชัดเจนว่า ฝรั่งเขาวางรูปแบบ ภาษาที่เป็นระบบ เป็นรูปแบบมาก ในขณะที่ภาษาเราก็มีรูปแบบหรือมีระบบกว่า แต่มีองค์ประกอบและความซับซ้อนมากกว่า กล่าวคือ ภาษาอังกฤษมีสระเพียงไม่กี่คำ เช่น a, e, i, o,และ u ในขณะที่ภาษาของเรา มีสระมากมาย เช่น สระ -ะ สระ -า สระ อิ สระ อึ ฯ คำถามต่อมาว่า แล้วภาษาไทยของเราไม่มีระบบหรือหลักการกระนั้น หรือ ? ตอบได้เลยว่าภาษาไทยก็มีหลักการ และแต่ก็มีข้อยกเว้นมาก และหลักการและข้อยกเว้นมากนี่แหละที่ทำให้ฝรั่งเวลาเขามาเรียนภาษาไทย แล้วเขาบอกว่าเขาปวดหัวมาก แต่กระนั้นก็ตาม ภาษาอังกฤษเองก็มีข้อยกเว้นมาก เช่นกัน

ท่านเชื่อหรือไม่ว่า ภาษาอังกฤษ จริงแล้วค่อนข้างจะเป็นระบบ และสนุก ถ้าเรามีวิธีทำความเข้าใจมัน อุปมาว่าภาษาอังกฤษ มีลักษณะเป็น “พวง” หรือเป็นลักษณะ “ต้นไม้” เหตุที่บอกได้อย่างนี้เพราะในปัจจุบันมีการเรียนการสอนในอเมริกาบางมหาวิทยาลัยใช้การสอนแบบที่เรียกว่า tree structure system แล้ว (ดังจะกล่าวในรายละเอียดในคราวต่อๆไป) การทำความเข้าใจ กับภาษาถ้ามีการ ศึกษาวิธีการให้เข้าถึงจริงแล้ว เราก็จะทำความสามารถเข้าใจได้ไม่ยาก ลองคิดดูว่า ฝรั่งปัญญาอ่อนยังพูดภาษาของเขาได้ แล้วถ้าเราไม่เป็นคนปัญญาอ่อน เราเข้าใจได้ไม่ยากแน่นอน แต่จะต้องทำการเรียนรู้นั้นเอง

วิธีการที่อยากแนะนำให้การเรียนภาษา อย่างลูกทุ่งๆ ( แบบหมออนามัย) ก็คือ “การเรียนรู้แบบแกะพวง” ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของการเรียนรู้ เป็นพื้นฐานก่อน ไม่ว่าภาษาอะไรก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็คือ คำ หรือ ศัพท์นั่นเอง และในภาษาอังกฤษ คำศัพท์ก็มีอิทธิพล หรือ มีความหมายมาก ดังนั้น ถ้าผู้ใดก็ตามอยากจะเรียนรู้ภาษาเรื่องภาษาให้เข้าใจแล้ว แต่ไม่รู้ความหมายของคำศัพท์ ก็ช่วยไม่ได้ และก็ไม่จำเป็นจะต้องท่องศัพท์เช้าเย็น ๆ (ทำอย่างไรก็ได้ให้ซึมทราบจะดีกว่า) ลำดับแรก สิ่งที่ควรจะรู้ก่อนว่า “พวง” ของภาษาอังกฤษ ประกอบด้วยอะไรบ้าง “พวง” ก็คือ ประโยค อนุประโยค วลี คำประเภทต่าง ๆ เครื่องหมายต่าง (เอาละซิ ยุ่งล่ะ ทีนี้ถ้าพูดถึงประโยค วลี ฯ) ใจเย็นๆ ไม่ต้องกลัว ถ้าเราจะรู้จักพวงได้เราจะต้องแกะพวงออกมาดูทีละชิ้น ๆ การทำความเข้าใจประโยค ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับ รูปลักษณะของภาษาก่อน ภาษาอังกฤษก็ไม่ต่างไปจากภาษาไทย นั่นคือ มีภาคประธาน ภาคแสดง เช่น She is a beautiful girl. หล่อน (เป็นภาคประธาน ) เป็นคนที่สวย ( เป็นภาคแสดง) แต่ภาษาทุกภาษาไม่มีองค์ประกอบที่จะการแสดงที่สมบูรณ์ เต็มประโยค เพราะในประโยคภาษาในภาษาอังกฤษโดยหลักจะ ประกอบไปด้วย ประธาน กริยา และกรรม ถ้าไม่มีสามองค์ประกอบนี้ถือว่า ไม่สมบูรณ์ แต่ที่กล่าวก็มีข้อยกเว้นนะ กล่าวคือ บางประโยคเป็นอกรรมกริยา ไม่ต้องมีกรรมมารับก็สมบูรณ์ได้ เช่น She dances. Good Day, ก็ได้อ่านวิธีเริ่มต้นฝึกภาษาอังกฤษกันแล้วนะคะ

ภาษาอังกฤษนับวันจะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคโลกาภิวัตน์ ที่การสื่อสารระหว่างบุคคลเป็นไปอย่างกว้างขวาง ไร้พรมแดนและข้อจำกัดทางเทคโนโลยี คอลัมน์นี้ก็จะเป็นการแนะนำคำศัพท์ บทสนทนาสั้นๆ และเรื่องอื่นๆ ที่ควรรู้ ค่ะ ฉบับนี้ก็มาเริ่มกันจากคำศัพท์ที่หมออนามัยควรรู้กันนะคะ เช่น คำว่า “สถานีอนามัย” จะใช้คำว่า “Health Centre” หรือ “Health Center” แล้วแต่จะเป็นแบบอังกฤษหรืออเมริกัน

ในรอบปีที่ผ่านมา ก็มีการกล่าวถึงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่เป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ กันบ่อยๆ คำศัพท์ที่เรามักจะได้ยิน ก็คือ Universal coverage health insurance = การประกันสุขภาพถ้วนหน้า Health insurance = การประกันสุขภาพ Health system = ระบบสุขภาพ Health policy = นโยบายสุขภาพ Access to health care = การเข้าถึงการบริการรักษา Health financing = การคลังสาธารณสุข Health economics = เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข Health card = บัตรสุขภาพ

นอกจากศัพท์แล้ว จะขอแนะนำบทสนทนาสั้นๆ มาเสนอ ถ้าท่านผู้อ่านต้องการจะรู้คำศัพท์ บทสนทนา หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษ ก็ส่งคำถามมาได้ที่ บ.ก. หรือ chaaim@health.moph.go.th รวมถึงข้อแนะนำต่างๆ

บทสนทนาแรก สมมติว่าคุณได้พบกับบุคคลอื่นที่มาร่วมประชุม ในการประชุมหนึ่ง และมีคนเข้ามาทักทาย

A: I’m(Jack) from Ministry of Health and Age Care, Australia. How do you do ? B: I’m (Pornpis) from ……. Health Centre in Rayong Province. Nice to meet you ? A: Thai’s interesting. What do you do at the health centre ?

      1. Well, a lot of things. If you have chance, you should visit one of health centres in Thailand.

A: I’d love to. I must get your contact information so that I can contact you when I come.

      1. You’re welcome. Here it is. Sorry, I’ve got to go now, have other things to do. Nice to meet you.

A: Nice to meet you. See you later. Bye. B. Bye

ก็คงไม่ยากไปนะคะ ฉบับต่อไป จะนำเสนอบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับแวดวงสาธารณสุขค่ะ สำหรับท่านที่ใช้ internet ขอแนะนำให้ฝึกภาษาอังกฤษบนเว็บ ได้ที่เว็บไซต์

www.edufind.com/english/grammar/ หรือ www.english-at-home.com/dir/

ก่อนจบก็ขอฝากบทกวีมาให้ไปตีความกันเล่นๆ นะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ Until then, bye.

What we think is less than what we know: What we know is less than what we love: What we love is so much less than what there is: And to that precise extent we are so much less than what we are.

(Ronald D. Liang)

HOME