Free Web Hosting by Netfirms
Web Hosting by Netfirms | Free Domain Names by Netfirms

คอลัมน์ : จับกระแสกระจายอำนาจ ปีที่ 11 ฉบับ 5 (มีนาคม – เมษายน 2545)ตอน ภารกิจที่ต้องถ่ายโอนให้กับอปถ.โดย นิภาพรรณ สุขศิริ สพกส.


แผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ มักเรียกกันว่า แผนการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นสิ่งที่พลเมืองไทยเฝ้าคอยตั้งแต่ต้น ปี 2544 เนื่องจากบทเฉพาะกาล มาตรา 35 พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ฯ พ.ศ. 2542 กำหนดให้มีคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำหน้าที่จัดทำแผนการกระจายอำนาจ (แผนยุทธศาสตร์) และแผนปฏิบัติการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันที่กรรมการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ หรือ ภายในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 ขณะที่แผนยุทธศาสตร์ คณะกรรมการ ฯ ได้ประกาศใช้ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2543 ในราชกิจจานุเบกษา หน้า 23 เล่ม 118 ตอนพิเศษ 4 ง 17 มกราคม 2544 แล้ว
ขอรายงาน บันทึกสถานการณ์การจัดทำแผนปฏิบัติการ ฯ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนี้ 27 กันยายน 2544 คณะกรรมการการกระจายอำนาจ ฯ ประชุมได้ข้อสรุปของ แผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
      1. พฤศจิกายน 2544 คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในแผนปฏิบัติการ ฯ ที่คณะกรรมการกระจายอำนาจเสนอ
    6 กุมภาพันธ์ 2545 รัฐบาลแถลงแผนปฏิบัติการ ฯ แก่สภาผู้แทนราษฎร (เลื่อนเป็น 13 กุมภาพันธ์ 2545) 8 กุมภาพันธ์ 2545 รัฐบาลแถลงแผนปฏิบัติการ ฯ แก่สภาวุฒิสภา

    คาดว่า ภายในเดือนมีนาคม 2545 แผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร

    ปกครองส่วนท้องถิ่น จะประกาศราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ทางกฎหมายทันที

    สาระสำคัญของแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบด้วย
      1. การกำหนดรายละเอียดของอำนาจหน้าที่ในการให้บริการสาธารณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปถ.)แต่ละรูปแบบจะต้องทำ โดยในกรณีใดเป็นอำนาจและหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของรัฐหรือระหว่างองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกัน ให้กำหนดแนวทางวิธีปฏิบัติเพื่อประสานการดำเนินการให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนร่วม
      2. การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการในการจัดสรรสัดส่วนภาษีและอากรให้เพียงพอแก่การดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ของอปถ. โดยคำนึงภาระหน้าที่ของรัฐในการให้บริการสาธารณะเป็นส่วนร่วมด้วย
      3. รายละเอียดเกี่ยวกับการเสนอให้แก้ไขหรือจัดให้มีกฎหมายที่จำเป็นเพื่อดำเนินการตามแผน แผนการกระจายให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปถ.)
      4. การจัดระบบการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกำหนดนโยบายและมาตรการการกระจายบุคลากรจากราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาคไปสู่ส่วนท้องถิ่น โดยการสร้างระบบการถ่ายเทกำลังคนสู่ท้องถิ่น และสร้างระบบความก้าวหน้าสายอาชีพที่เหมาะสม

           

          สำหรับภารกิจที่ส่วนราชการจะถ่ายโอนให้อปถ. แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

          ประเภท “ เลือกทำโดยอิสระ” เนื่องจากภารกิจหลายเรื่องไม่ควรบังคับให้อปถ. ทำกิจกรรมตามแผนงานงบประมาณที่ส่วนราชการตั้งไว้เดิม อปถ.ควรมีอิสระในการจะเลือกทำกิจกรรมประเภทนี้ตามที่อปถ.เห็นความจำเป็น

          ประเภท “ หน้าที่ที่ต้องทำ ” โดยมีหลักเกณฑ์ว่า งานใดที่เป็นเรื่องของการมอบอำนาจและการใช้อำนาจ รวมทั้งงานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชนหรือความจำเป็นขั้นพื้นฐาน อปถ.เมื่อรับโอนไปแล้วถือว่าเป็นความรับผิดชอบของอปถ. ที่ยังต้องดำเนินการต่อไป เพื่อเป็นหลักประกันในการจัดบริการสาธารณะแก่ประชาชนเมื่อมีการถ่ายโอนภารกิจ

          คณะกรรมการกระจายอำนาจฯ ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบการถ่ายโอนภารกิจ 6 ด้าน ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน จำนวน 87 เรื่อง ด้านงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต จำนวน 103 เรื่อง ด้านการจัดระเบียบชุมชน/สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย จำนวน 17 เรื่อง ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทมุน พาณิชยกรรม และการท่องเที่ยว จำนวน 19 เรื่อง ด้านบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมจำนวน 17 เรื่อง และด้านศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น จำนวน 2 เรื่อง

          งานสาธารณสุขซึ่งจัดเป็นบริการสาธารณะด้านงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต ครอบคลุม การสาธารณสุข การรักษาพยาบาล และการป้องกันควบคุมโรคติดต่อ มีกิจกรรม 33 เรื่อง ที่อปถ. จะต้องดำเนินการ เพราะกิจกรรมเป็นประเภท “ หน้าที่ที่ต้องทำ ” จำแนกตามกรมที่ต้องถ่ายโอนภารกิจ ดังนี้ (รายละเอียดการถ่ายโอนภารกิจ ดูได้ที่ www.osdh.in.th )

          1. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ภารกิจที่ถ่ายโอน ได้แก่

            1. การก่อสร้างสถานบริการใหม่เพิ่มเติม ซ่อมแซม จัดหาครุภัณฑ์

            2. โครงการประกันสุขภาพเพื่อดำเนินการตามนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาท รักษาทุกโรค)

            3. สนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ พัฒนาหอกระจายข่าวสาร,ผลิตสื่อพื้นบ้านและท้องถิ่น,พัฒนาสื่อบุคคลในชุมชน,พัฒนาพฤติกรรมสุขภาพที่เป็นปัญหาสาธารณสุขของท้องถิ่นโดยองค์กรชุมชน,สนับสนุนกิจกรรมรณรงค์สุขบัญญัติ,กิจกรรมด้านการพัฒนาสาธารณสุขมูลฐานในชุมชน

          2.กรมอนามัย ภารกิจที่ถ่ายโอน ได้แก่
            1. การแก้ไขปัญหาเด็กน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์

            2. ส่งเสริมสุขภาพเด็กกลุ่มวัยเรียนและเยาวชน

            3. ส่งเสริมสุขภาพกลุ่มแม่และเด็ก

            4. ส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยทำงาน

            5. ส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยผู้สูงอายุ

            6. ทันตสาธารณสุข

            7. งานโภชนาการ

            8. งานวางแผนครอบครัวและพัฒนาประชากร

            9. งานส่งเสริมการออกกำลังกาย

            10. การพัฒนาอนามัยชุมชนในพื้นที่สูง

            11. สนับสนุนเงินอุดหนุนพี่เลี้ยงเด็กในศูนย์สาธิตเพื่อการพัฒนาเด็กเล็ก

            12. สนับสนุนเงินอุดหนุนภาคเอกชนที่ให้บริการทำหมัน

            13. งานเฝ้าระวังและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม

            14. จัดหาและพัฒนาน้ำสะอาด

            15. งานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม

            16. งานสุขาภิบาลอาหาร

            17. งานพัฒนาอาชีวอนามัยและอาชีวเวชกรรม

            18. งานคุ้มครองสุขภาพจากมลพิษ

          หากจัดกลุ่มภารกิจหรืองานใน 18 หัวข้อจะพบว่ามีกลุ่มหลักๆ ดังนี้
            1. งานส่งเสริมสุขภาพ (ข้อ 1 ถึงข้อ 12)

            2. งานอนามัยสิ่งแวดล้อม (ข้อ 13,15และ18)

            3. งานจัดหาน้ำสะอาด (ข้อ 14)

            4. งานสุขาภิบาลอาหาร (ข้อ 16)

            5. งานอาชีวอนามัย (ข้อ 17)

          3. กรมสุขภาพจิต ภารกิจที่ต้องถ่ายโอน ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพจิตและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มเป้าหมาย เช่น การผลิตสื่อเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การสำรวจวิเคราะห์ข้อมูล 4. กรมควบคุมโรคติดต่อ ภารกิจที่ต้องถ่ายโอน ได้แก่
            1. การพัฒนาบุคลากรและชุมชน เพื่อเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรติดต่อ

            2. การปฏิบัติการเฝ้าระวังและดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อในท้องถิ่น

            3. การวินิจฉัยและรักษาพยาบาลเบื้องต้น เช่น กิจกรรมค้นหาเจาะโลหิตตรวจในห้องปฏิบัติการและจ่ายยาสำหรับโรคมาลาเรียและโรคเท้าช้าง

            4. สนับสนุนเงินอุดหนุนในการสงเคราะห์ผู้ป่วยโรคเรื้อน ค่าสังคมสงเคราะห์และค่าฌาปนกิจ

            5. สนับสนุนเงินอุดหนุนค่าอาหารผู้ป่วยโรคเรื้อน

          5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ภารกิจที่ถ่ายโอน ได้แก่
            1. การผลิตสื่อและหรือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารและยา

            2. การเสริมสร้างศักยภาพผู้บริโภคและเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรม

            3. การสร้างและขยายเครือข่ายการมีส่วนร่วมในงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขของผู้บริโภคในท้องถิ่น

            4. ตรวจสอบติดตามคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์อาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ เครื่องสำอาง และวัตถุอันตรายในสถานที่จำหน่ายตามที่ระบุใน พ.ร.บ.แต่ละประเภท

          6. กรมการแพทย์ ภารกิจที่ต้องถ่ายโอน ได้แก่
            • งานบริการสาธารณสุขเขตกรุงเทพมหานคร/ปริมณฑล/เขตเมือง (ร.พ.ราชวิถี,ร.พ.นพรัตน์ฯ,ร.พ.เมตตาประชารักษ์,ร.พ.สงฆ์ และสถาบันสุขภาพเด็ก) ซึ่งท้องถิ่นจะดำเนินการเองหรือซื้อบริการ โดยกรมการแพทย์เป็นหน่วยงานในการรักษามาตรฐานและดูแลคุณภาพของการรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ

          7. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ภารกิจที่ถ่ายโอน คือ การบริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ

           

          ประเด็นสำคัญในการถ่ายโอนภารกิจด้านสาธารณสุขที่แตกต่างจากภารกิจด้านอื่น ๆ คือ กระทรวงสาธารณสุขต้องร่วมกับคณะกรรมการกระจายอำนาจฯ ทำให้เกิดคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ (กสพ.) เพื่อเป็นกลไกรองรับการถ่ายโอนการถ่ายโอนภารกิจในเบื้องต้น เนื่องจาก ภารกิจส่วนใหญ่ระบุขอบเขตการถ่ายโอนไปที่กสพ.

          และเมื่อแผนปฏิบัติการฯ เมื่อมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย จะมีผลผูกพันกับหน่วยราชการต่าง ๆ ให้ต้องดำเนินการตามแผนฯ ซึ่งเป็นมาตราการทางกฎหมายที่ทางคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯได้พยายามขับเคลื่อนให้เป็นไปตามเป้าหมายของพ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ฯ รวมทั้ง มาตราการด้านงบประมาณที่ส่วนราชการต้องทบทวนและยุติบทบาทในภารกิจที่ต้องถ่ายโอน และต้องโอนรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตามที่ระบุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ฯ (ปี 2549 กำหนดการจัดสรรรายได้ 35% ให้อปถ.) นอกจากนี้คณะกรรมการการกระจายอำนาจ ฯ จะติดตามตรวจสอบประเมินผลหน่วยงานราชการตามแผน ฯ ทุกปีเพื่อรายงานต่อรัฐมนตรี และจะปรับปรุงแผน ฯได้ในทุก 5 ปี

          การจับตามองจังหวะก้าวการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุข หลายฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า เป็นการกระจายอำนาจที่มีพัฒนาการ

          เพราะจุดยืนที่ว่า อำนาจที่จะกระจายให้กับประชาชนมี 4 ประการ คือ

            1. อำนาจรัฐ เป็นอำนาจกำหนดทรัพยากรของรัฐ ได้แก่ การออกกฎหมาย ระเบียบต่าง ๆ เพื่อถือปฏิบัติ

            2. อำนาจทางปัญญา หมายถึง ภูมิความรู้ที่เหมาะสม

            3. อำนาจทางสังคม หมายถึง พลังทางสังคม ที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายของชุมชน

          และประการสุดท้าย คือ อำนาจเงิน เป็นอำนาจที่มีความเชื่อมโยงกับอำนาจรัฐ

          HOME