|
|
|
| พลวัตหมออนามัย โดย นรินทร์ วรชากรตอน ภาคีหมออนามัย ฝันที่เป็นจริง
หากเปรียบ ภาคีหมออนามัยแห่งชาติ เป็นชีวิตๆ หนึ่ง ระยะเวลาที่ผ่านมากว่าขวบปีก็ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่อยู่ในระยะของการตั้งครรภ์ นับตั้งแต่มีการปฏิสนธิด้วยการรวมกลุ่ม พูดคุยกันในวงแคบๆ เพียงไม่กี่คน แล้วขยายแนวคิดสู่วงกว้าง นำไปสู่การประชุมปรึกษาหารือ มีการทำกิจกรรมร่วมกันอย่างเป็นทางการ ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ วันที่ภาคีหมออนามัยใกล้จะเป็นจริง ไม่บ่อยนักที่จะได้เขียนต้นฉบับคอลัมน์นี้ด้วยความปีติยินดี เป็นความปีติยินดีอันเกิดจากการได้เห็น ภาคีหมออนามัยแห่งชาติ กำลังก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้นทุกที ใครที่เป็นแฟนประจำคงได้ทราบความเคลื่อนไหวและความก้าวหน้าของการก่อตั้งภาคีฯ มาพอสมควร แต่เพื่อให้เห็นภาพรวมของการขับเคลื่อนองค์กร ขอถือโอกาสสรุปความเป็นมาและพัฒนาการของภาคีฯ ไว้ในที่นี้อีกครั้ง ภาคีหมออนามัยแห่งชาติ เริ่มต้นจากการพูดคุยกันในกลุ่มเล็กๆ ระหว่างหมออนามัย อดีตหมออนามัยและผู้ที่รักห่วงใยหมออนามัย และเห็นตรงกันว่า สถานการณ์ในวันนี้และวันข้างหน้าหมออนามัยจะยืนหยัดอย่างมีคุณค่าและสง่างามในสังคมได้ก็ด้วยการรวมตัว ผนึกกำลังกันในรูปองค์กรเครือข่าย ซึ่งขณะนั้นยังไม่ชัดเจนทั้งในเรื่องชื่อ อุดมการณ์ และภารกิจขององค์กร ต่อเมื่อได้มีการขยายแนวคิดนี้ไปในกลุ่มเพื่อนหมออนามัยมากขึ้นเรื่อยๆ จนได้มีการจัดประชุมอย่างเป็นทางการในปี 2543-2544 รวม 4 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2543 มีตัวแทนหมออนามัย จำนวน 20 จังหวัด เป็นการพูดคุยกันในเวทีประชุมเกี่ยวกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ครั้งนี้ถือเป็นการประเมินความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม ซึ่งทำให้เกิดทีมงานเล็กๆ มีการสานต่อความคิดกัน จนเห็นควรให้มีการประชุมครั้งที่สอง เป็นการประชุมตัวแทนหมออนามัยจาก 25 จังหวัด ในวันที่ 10 11 มิถุนายน พ.ศ.2544 ณ สถาบันพระบรมราชชนก ซึ่งผลการประชุมครั้งนี้มีมติให้ใช้ชื่อขององค์กรว่า ภาคีหมออนามัยแห่งชาติ และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนภาคีระยะนี้ด้วยการให้ตัวแทนที่มาประชุมเป็นแกนนำไปขยายแนวคิดและรวมตัวกันในระดับพื้นที่ไปก่อน ทางกองสาธารณสุขภูมิภาคเห็นความสำคัญได้จัดครั้งที่สาม เมื่อวันที่ 1 - 2 สิงหาคม พ.ศ.2544 ที่โรงแรมริชมอนด์ นนทบุรี มีตัวแทนหมออนามัยเข้าร่วม 35 จังหวัดด้วยกัน ครั้งที่สี่ เป็นการจัดกิจกรรมในนามภาคีหมออนามัยแห่งชาติร่วมกันครั้งแรก ในงานตลาดนัดสุขภาพ ระหว่างวันที่ 1-5 กันยายน พ.ศ.2544 ครั้งนี้ทีมงานมีการจัดบูธประชาสัมพันธ์ภาคีหมออนามัยถือเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของเรา พร้อมๆกับได้มีการร่วมกันวิเคราะห์(ร่าง)กรอบความคิด พ.ร.บ.สุขภาพ เพื่อสังเคราะห์เป็นข้อเสนอต่อสำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ(สปรส.) การจัดกิจกรรมครั้งนี้เองที่ก่อให้เกิดทีมผู้ประสานงานเล็กๆ ที่เกาะเกี่ยว อย่างเหนียวแน่นเรื่อยมา การเรียนรู้ร่วมกันครั้งนี้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการประมวลความคิดเรื่องอุดมการณ์และเจตนารมณ์ของภาคีฯ การก่อรูปองค์กร ความก้าวหน้าล่าสุดของงานภาคีฯ คือมีการจัดประชุมตัวแทนหมออนามัยทั่วประเทศครบทั้ง 75 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 116 คน ระหว่างวันที่ 1 4 เมษายน พ.ศ.2545 ณ กระทรวงสาธารณสุข ถือเป็นการประชุมครั้งที่ 1/2545 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนภาคีระดับประเทศอย่างเป็นทางการ ผลจากการจัดประชุมตัวแทนหมออนามัยครั้งนี้ เราได้ข้อสรุปที่ชัดเจนทั้งในด้านแนวคิด อุดมการณ์ และแนวทางการขับเคลื่อนภาคีฯ ระดับประเทศ และเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนภาคีฯ ต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม ที่ประชุมจึงมีมติให้จัดตั้งคณะผู้ประสานงานภาคีฯ ขึ้นมา 3 ชุด คือ ชุดแรกเป็นผู้ประสานงานส่วนกลาง จำนวน 12 ท่าน ประกอบด้วยตัวแทนหมออนามัยระดับภาค (เลือกกันในที่ประชุมกลุ่มภาค) 6 ภาคๆ ละ 1 คน และผู้ประสานงานของส่วนกลางอีก 6 ท่าน ชุดที่สอง เป็นผู้ประสานงานระดับพื้นที่ ประกอบด้วยตัวแทนหมออนามัยที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ทุกคน จำนวนทั้งสิ้น 112 คน (ดังรายชื่อแนบท้าย) อีกชุด เป็นทีมผู้ประสานงานเดิมให้ทำหน้าที่เสมือนทีมเลขาฯ ของภาคี สำหรับผู้ประสานงานส่วนกลาง 12 ท่าน ให้ถือเป็นคณะทำงานเฉพาะกิจ มีภารกิจหลักคือร่วมกันร่างหลักการ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และภารกิจของภาคี เพื่อนำไปสู่การจดทะเบียนองค์กรที่เป็นนิติบุคคลต่อไป ส่วนผู้ประสานงานระดับพื้นที่ ให้มีภารกิจหลักในการขยายแนวคิด แสวงหาแนวร่วมในระดับจังหวัด และอำเภอ โดยให้ถือโอกาสใช้ กิจกรรม นำไปสู่ การรวมกลุ่ม กล่าวคือ ตลอด ปี 2545 นี้ สปรส. กำหนดขั้นตอนของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สุขภาพด้วยการจัดเวทีระดมความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.สุขภาพในระดับพื้นที่ ทั้งระดับจังหวัด และอำเภอ โดยเปิดโอกาสให้ภาคีหมออนามัยได้เข้าไปมีส่วนร่วมในฐานะผู้จัด ทั้งนี้ สปรส.จะสนับสนุนต่างๆ ในการจัดเวทีระดับจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้น นับเป็นโอกาสอันดีที่หมออนามัยทั่วประเทศจะได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในขั้นตอนการร่างกฎหมายสำคัญนี้ อาจจะถือเป็นภารกิจแรกของภาคีหมออนามัย เป็นภารกิจที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของภาคีและจะนำไปสู่การยอมรับของสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมและสง่างามที่สุด แผนการดำเนินงานของภาคีฯ ที่กำหนดจะจัดเร็วๆ นี้ (วันที่แน่นอนจะแจ้งให้ทราบต่อไป) คือ วันที่ 26 เมษายน ประชุมทีมผู้ประสานงานส่วนกลาง (12 คน) เพื่อปรึกษาหารือวางแผนเกี่ยวกับภารกิจที่จะ ต้องทำต่อไป กลางเดือนพฤษภาคม ประชุมทีมดำเนินการ 20 คน เพื่อวางแผนเตรียมการประชุมผู้ประสานงานระดับจังหวัด กลางเดือนพฤษภาคม ประชุมผู้ประสานงานระดับพื้นที่(ตัวแทนทุกจังหวัด) / ผู้ประสานงานกลาง / ทีมดำเนิน การ เพื่อถ่ายทอด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือกลวิธีในการขับเคลื่อนเครือข่ายหมออนามัยในระดับพื้นที่ และการมีส่วนร่วมกับร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ กลางพฤษภาคม กลางกรกฎาคม ปฏิบัติการขับเคลื่อนเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ · กลางกรกฎาคม ประชุมตัวแทนทุกจังหวัดเพื่อสรุปผล ถอดบทเรียน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนของ สปรส. และสำเร็จลุล่วงด้วยดี ได้รับความร่วมมือจากเพื่อนๆ หมอ อนามัยที่เข้าร่วมประชุม ขอบคุณสปรส.ที่เห็นคุณค่าของการรวมตัวเป็นเครือข่ายของพวกเราและให้การสนับสนุน ทั้งในด้านคำปรึกษาและทรัพยากรมาโดยตลอด ขอบคุณตัวแทนหมออนามัยที่เข้าร่วมในทุกรุ่นทุกคน และขอให้ระลึกไว้ว่าการที่ภาคีฯก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ก็ด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย และกำลังสติปัญญาของพวกเราหมออนามัยผู้กล้า ก้าวออกมาก่อน จากนี้ไปภารกิจของภาคีฯยังรออยู่ข้างหน้าอย่างท้าทาย หมออนามัยที่ยังยืนอยู่ในวงนอก หากเห็นด้วยกับแนวคิดและอุดมการณ์ของภาคีฯ ก็ขอให้รีบก้าวออกมา วันนี้เรามาเริ่มต้นนับหนึ่งและก้าวไปพร้อมๆ กัน สู่วันที่ภาคีหมออนามัยแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการ และมีผลงานที่เป็นยอมรับจากสังคม เชื่อมแนวราบ ประสานแนวดิ่ง ใครที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของภาคีหมออนามัยแห่งชาติมาโดยตลอด จะรู้ว่า ภาคีฯได้ผ่านกระบวนการหล่อหลอมทางปัญญา เกิดการตกผลึกทางความคิดจนกลายเป็นอุดมการณ์ และเจตนารมณ์ขององค์กรร่วมกันว่า ภาคีหมออนามัยแห่งชาติ จะเป็นองค์กรวิชาชีพที่มีจิตสาธารณะ องค์กรของเราจะเป็นภาพของตัวแทนความเป็นชุมชนด้านสุขภาพที่มีรูปแบบการทำงานเป็นองค์กรเครือข่าย ใช้ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนด้วยการเชื่อมโยงกันระหว่างพลังของกลุ่มเล็กๆ ในแนวราบ พร้อมๆ กับการประสานกับโครงสร้างในแนวดิ่ง สมาชิกประกอบด้วย บุคคล กลุ่มคน ชมรม สมาคม หรือใครก็ได้ที่มีความรัก ความศรัทธาในวิชาชีพหมออนามัย จะเป็นหมออนามัยหรือไม่ จึงไม่ใช่สาระสำคัญ เพียงแค่มีจิตสำนึกที่มองเห็นคุณค่าและศรัทธาในวิชาชีพหมออนามัย มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันทำในสิ่งที่ดีเพื่อสังคม ก็เป็นสมาชิกของภาคีฯ ได้อย่างภาคภูมิ . ไม่ต้องรอคำสั่ง ไม่ต้องให้ใครมาแต่งตั้งให้วุ่นวาย ขอย้ำอีกครั้งถึงแนวคิดอันเป็นที่มาของอุดมการณ์ของภาคีฯ นั่นคือ แนวคิดที่เชื่อในพลังสร้างสรรค์ของ สังคมเครือข่าย เพราะเราเชื่อว่า สังคมไม่ว่าเล็กหรือใหญ่จำเป็นต้องมีการจัดระบบความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกเพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข โดยที่ระบบสังคมที่ดีจะต้องประกอบไปด้วยโครงสร้างที่เชื่อมร้อยกันด้วยความสัมพันธ์ทั้งแนวดิ่งและแนวราบ การปกครองในแนวดิ่ง เน้นการใช้อำนาจสั่งการ มีข้อดีคือสามารถจัดการปัญหาบางประการได้อย่างรวดเร็ว เด็ดขาด แต่มีข้อด้อยคือปิดกั้นการมีส่วนร่วมของสมาชิกส่วนใหญ่ นำมาซึ่งความอ่อนแอของสมาชิกและความขัดแย้งภายในสังคม ในทางตรงข้าม ความสัมพันธ์ในแนวราบจะอาศัยปัญญา นำมาซึ่งความเอื้ออาทร ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของสมาชิก แม้จะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นบ้างก็จะคลี่คลายด้วยความสมานฉันท์ของสมาชิก สังคมที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มีโครงสร้างในแนวดิ่งที่มากจนเกินพอ นั่นคือพลังของอำนาจภาครัฐ สิ่งที่ขาดคือ โครงสร้างในแนวราบ คือพลังภาคประชาชน เมื่อวิเคราะห์โครงสร้างในแนวดิ่งก็จะเห็นว่า หมออนามัย อยู่ไกลเกินกว่าจะใช้อำนาจในแนวดิ่ง ซ้ำร้ายจะกลายเป็นผู้ถูกกระทำอยู่ตลอดเวลา ในทางกลับกัน เมื่อมองในแนวราบ หมออนามัย ถือว่าใกล้กับประชาชนมากที่สุด ซึ่งเอื้อต่อการเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนในแนวราบ จึงไม่แปลก ถ้าภาคีหมออนามัย จะประกาศตัวในนามของเครือข่ายภาคประชาชน นับแต่นี้ไป ภาคีหมออนามัยแห่งชาติ คือตัวแทนความเป็นชุมชนของพวกเรา เราขอตั้งปณิธานร่วมกันว่า เราจะเป็นฟันเฟืองตัวเล็กๆ ของระบบสุขภาพในงาน สร้าง และพร้อมจะผสานกับพลังของฟันเฟืองเล็กๆ ในงาน ซ่อม แม้เราจะไม่ใช่กลุ่มคนที่เก่งที่สุด เชี่ยวชาญที่สุดในงาน ซ่อม แต่เราขอยืนหยัดอยู่กับจุดแข็งและศักยภาพที่เรามีเหนือใครในงาน สร้าง เราวาดหวังไว้ว่า สักวัน ประเทศของเราจะมี ชุมชน ทั้งเก่าและใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพของประชาชนเกิดขึ้นอย่างหลากหลาย แล้วเชื่อมร้อยกันเป็นเครือข่ายของการเรียนรู้ เกิดเป็นกำลังพลทางปัญญาช่วยกันสร้างสรรค์สุขภาวะแก่มวลชน และหนึ่งในเครือข่ายนั้นจะมี ภาคีหมออนามัยแห่งชาติ รวมอยู่ด้วย ความสำเร็จที่เราวาดหวัง มิใช่ชัยชนะ มิใช่การได้มาซึ่งอำนาจต่อรองเพื่อผลประโยชน์ใดๆ มิใช่ความยิ่งใหญ่ และมิใช่ความโด่งดัง แต่ ความสำเร็จของเราคือ ปัญญา อันเกิดจากกระบวนการเรียนรู้นับแต่เริ่มต้นจนถึงบั้นปลาย จุดหมายสูงสุดคือ สุขภาวะ และ ศานติสุข ของทุกคนในสังคม วันข้างหน้า ไม่ว่าเราจะถูกหลงลืม ถูกทิ้งขว้าง หรือถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งใดของระบบ ไม่ว่าใคร จะเปลี่ยนชื่อเรียกขานทั้งตัวเราและหน่วยงานว่าอะไร เรา ก็จะยังคงเป็นคนที่ชาวบ้าน ตาสี ตาสา สถาปนานามพวกเราว่า หมออนามัย ผู้ประสานงานส่วนกลาง ประกอบด้วย
ขอเชิญชวนตัวแทนภาคีหมออนามัยระดับจังหวัด ช่วยส่งข่าวความเคลื่อนไหว ความก้าวหน้าเกี่ยวกับการขับเคลื่อนเครือข่ายหมออนามัย ในทุกๆ พื้นที่ (ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร) เพื่อลงใน จดหมายข่าวภาคีหมออนามัย ซึ่งจะออกทุก 2 สัปดาห์ ฉบับปฐมฤกษ์จะคลอดสิ้นเมษายนนี้ . ส่งข่าวไปที่ คุณสุรศักดิ์ บุญเทียน สสอ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ 67130 โทร 01-9733623 ,056-791378 หรืออีเมล์ oimoun@thaiinbox.com หรือส่งผ่านเว็บไซต์ mohanamai.com ก็ได้ เชิญประกวดโลโก และคำขวัญ ภาคีหมออนามัยแห่งชาติ ชิงเงินรางวัล 5,000 และสำหรับคำขวัญรางวัล 3,000 บาท . ส่งไปที่ เครือข่ายหมออนามัย สถาบันพระบรมราชชนก สนง.ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร 02-5901946 หมดเขต 30 พฤษภาคม 2545 |