Free Web Hosting by Netfirms
Web Hosting by Netfirms | Free Domain Names by Netfirms

Un title page

WWW.MOHANAMAI.COM
เชื่อมโยงความคิด ผูกมิตรปวงประชา นำพารูปแบบประชาสังคม นิยมส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน มุ่งสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต สุจริตในแนวทาง
สสอ.
เครือข่ายหมออนามัย
I HOME Iการปฏิรูปสุขภาพ Iอ่านวารสาร Iภาคีหมออนามัย I ข้อมูลพื้นฐาน Iโฮมเพจ สอ./สสอ.I ดาวน์โหลดบทความIความเคลื่อนไหวฯ I ......About usI
เครือข่ายหมออนามัย

ระเบียบกระทรวงสาสุขฯว่าด้วยเงินบำรุง

ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข
ว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2544


 

โดยที่เป็นการสมควรปรัปรุงแก้ไขระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการ
ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2536 เพื่อให้สอดคล้องกับระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน และเพื่อ
รองรับนโยบายเสริมสร้างระบบบริการและคุ้มครองสุขภาพของประชาชนให้มีสุขภาพดีถ้วนหน้า
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 24 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2534 กระทรวงสาธารณสุขโดยได้รับ
อนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณตามหนังสือกระทรวงการคลัง
ด่วนที่สุด ที่ กค 0530.1/18271 ลงวันที่ 28 กันยายน 2544 จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการใน
สังกัดกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2544”

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2544 เป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 9 แห่งระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2536 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 9 เงินบำรุงที่หน่วยบริการได้รับ จะนำไปก่อหนี้ผูกพันหรือจ่ายได้เพื่อการปฏิบัติ ราชการของหน่วยบริการ เงินบำรุงที่หน่วยบริการได้รับสำหรับดำเนินการสร้างหลักประกันสุขภาพให้นำไปใช้จ่าย เพื่อดำเนินการด้านการส่งเสริมระบบบริการและคุ้มครองสุขภาพของประชาชนให้มีสุขภาพดีถ้วนหน้า
การจ่ายเงินบำรุงในกรณีต่อไปนี้ ต้องให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข
ที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกำหนด คือ

(1) การจ่ายเงินบำรุงเพื่อการปฏิบัติราชการของหน่วยบริการอื่น

(2) การจ่ายเงินบำรุงในลักษณะเงินค่าตอบแทน หรือเงินตอบแทนพิเศษแก้บุคคลที่ให้บริการ หรือสนับสนุนบริการในงานด้านต่าง ๆ ดังนี้

(ก) ด้านการรักษาพยาบาล

(ข) ด้านการสาธารณสุขที่เป็นบริการอันเป็นสาธารณประโยชน์

(ค) ด้านการชันสูตรพลิกศพ

(ง) งานด้านอื่นที่กฏหมายหรือกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เป็นหน้าที่ที่จะต้อง ปฏิบัติ

(3) การจ่ายเงินบำรุงเพื่อเป็นการบริการทางการแพทย์ ให้แก่หน่วยบริการอื่น ทั้งภาครัฐและ เอกชน กรณีส่งต่อ อุบัติเหตุ เจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องตามคำสั่งของแพทย์ผู้รักษา

(4) การจ่ายเงินบำรุงเพื่อเป็นค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างรายคาบ

(5) การจ่ายเงินบำรุงเป็นค่าซ่อมแซม ต่อเติมหรือปรับปรุงบ้านพัก หรืออาคารที่พัก

(6) การจ่ายเงินบำรุงเพื่อซื้อครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง และยานพาหนะ

ข้อ 4 ให้ยกเลิกความในข้อ 10 แห่งระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2536 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 10 รายจ่ายต่อไปนี้ ห้ามจ่ายจากเงินบำรุง

(1) รายจ่ายในลักษณะบำเหน็จบำนาญ

(2) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ

(3) รายจ่ายเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างที่มีวงเงินแต่ละรายการเกินกว่า 30 ล้านบาท ในกรณีมีความจำเป็นต้องจ่ายตามรายการใน (3) ให้ขอทำข้อตกลงกับสำนักงบประมาณ

ข้อ 5 ให้ยกเลิกความในข้อ 11 แห่งระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2536 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 11 อำนาจในการอนุมัติการก่อหนี้ผูกพันให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ
การก่อหนี้รายการค้าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้างที่เกินกว่า 1 ปี ให้ขอความเห็น ชอบจากสำนักงบประมาณก่อน และหากเป็นรายการที่ก่อหนี้ผูกพันเกินกว่า 1 ปี และมีวงเงินเกินกว่า 100 ล้าน บาท ให้ขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี

อำนาจในการอนุมัติการจ่ายเงินบำรุง ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการเจ้าสังกัด หรือผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการเจ้าสังกัดมอบหมาย”

ข้อ 6 ให้ยกเลิกความในข้อ 12 แห่งระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2536 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 12 ระบบบัญชีเงินบำรุงของหน่วยบริการ ให้ปฏิบัติตามระบบบัญชีของส่วนราชการโดยอนุโลม โดยให้จัดทำทะเบียนคุมเงินบำรุงที่ได้รับสำรับดำเนินการสร้างหลักประกันสุขภาพแยกต่างหากจากเงินบำรุงประเภทอื่น เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่น และเมื่อปิดบัญชีประจำปีแล้ว ให้ส่งงบการเงินไปให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรับรองภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ

เมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบรับรองงบการเงินแล้ว ให้หน่วยบริการส่งงบการเงินที่รับรองแล้วให้กรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณ ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้รับรองงบการเงิน”

 

ประกาศ ณ วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2544

(นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์)

รัฐนมตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข


ข้อบังคับกระทรวงสาธารณสุข
ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน
ให้กับหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 254
4

 


เพื่อให้การจ่ายเงินค่าตอบแทนสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานให้กับหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่ให้บริการ หรือสนับสนุนบริการในงานด้านต่าง ๆ เป็นไปอย่างเหมาะสม จึงเห็นควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ่ายค่าตอบแทน

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ 9 วรรคสาม และข้อ 16 แห่งระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2536 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2544 ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงออกข้อบังคับ ไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการจ่ายค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานให้กับหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2544 “

ข้อ 2 ให้ใช้ข้อบังคับนี้ ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 เป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิก

(1) ข้อบังคับกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ของหน่วยบริการ
ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2536 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม

(2) ข้อบังคับกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติ
ราชการในหน่วยบริการอื่นในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2538 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม

(3) ข้อบังคับกระทรวงสาธารณสุข ว่าการจ่ายเงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ของหน่วย
บริการในสังกัด ที่ปฏิบัติงานให้บริการในคลินิกนอกเวลาราชการ พ.ศ. 2538 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม
บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง ประกาศ หรือหลักเกณฑ์อื่น ในส่วนที่กำหนดไว้แล้ว
ในข้อบังคับนี้ หรือซึ่งขัดแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

ข้อ 4 ในข้อบังคับนี้
“เงินค่าตอบแทน” หมายความว่า เงินที่หน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
จ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพ เสริมสร้างแรงจูงใจ และตอบแทนในการปฏิบัติงานใน
เวลาราชการและหรือนอกเวลาราชการ ในหน่วยบริการ นอกหน่วยบริการ หรือต่างหน่วยบริการ
“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างราย
คาบ พนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หรือบุคคลอื่นที่ได้รับคำสั่งหรือได้รับหมอบหมาย เป็นลายลักษณ์อักษรให้ปฏิบัติงาน ในหน่วยบริการ หรือนอกหน่วยบริการ หรือนอกหน่วยบริการ เพื่อ
ให้บริการ สนับสนุนด้านบริการ หรือร่วมบริการ

“นักวิทยาศาสตร์” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักกาย
ภาพบำบัด นักรังสีการแพทย์ นักวิชาการอาหารและยา นักเทคนิคการแพทย์ นักอาชีวบำบัด หรือ ผู้ที่
ปฏิบัติงานทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งได้รับการบรรจุด้วยวุฒิ
ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ซึ่งใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งตามที่ ก.พ. กำหนด

“พยาบาลวิชาชีพ” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ

“นักวิชาการทางด้านสาธารณสุข” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งนักวิชาการ
สาธารณสุข นักวิชาการสุขาภิบาล นักวิทยาการควบคุมโรค นักวิชาการส่งเสริมสุขภาพ นักวิชาการ
สุขศึกษา หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่ได้รับวุฒิปริญญาตรีทางการพยาบาลหรือการ
สาธารณสุข ซึ่งใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งตามที่ ก.พ.กำหนด

“พยาบาลเทคนิค” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งพยาบาลเทคนิค

“เจ้าหน้าที่พยาบาล” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่พยาบาล

“เจ้าพนักงานสาธารณสุข” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานผดุงครรภ์ เจ้าพนักงานควบคุมโรค เจ้าพนักงานสุขาภิบาล เจ้าพนักงานส่งเสริมสุขภาพ เจ้าพนักงานสาธารณสุข ชุมชน เจ้าหน้าที่บริหารงานสาธารณสุข หรือผู้ที่ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่บรรจุด้วยวุฒิ ประกาศนียบัตรทางการพยาบาลหรือการสาธารณสุข ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่ ก.พ. กำหนด

“เจ้าพนักงานเทคนิค” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การ แพทย์ เจ้าหน้าที่รังสีการแพทย์ เจ้าหน้าที่อาชีวบำบัด เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข เจ้าพนักงานเภสัชกรรม

เจ้าหน้าที่เวชกรรมฟื้นฟู หรือผู้ที่ปฏิบัติงานเทคนิคเฉพาะด้านที่ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่บรรจุด้วยวุฒิประกาศนียบัตร ระยะเวลาการศึกษาในหลักสูตรไม่น้อยกว่า 2 ปี ซึ่งใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งตามที่ ก.พ. กำหนด

“เจ้าหน้าที่สาธารณสุข” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ผดุงครรภ์สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ควบคุมโรค เจ้าหน้าที่สุขาภิบาล เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสุขภาพ หรือผู้ที่ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่บรรจุด้วยวุฒิประกาศนียบัตรทางการพยาบาลหรือการสาธารณสุข ระยะเวลาการศึกษาในหลักสูตรไม่น้อยกว่า 1 ปี ซึ่งใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งตามที่ ก.พ. กำหนด

‘เจ้าหน้าที่เทคนิค” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์การแพทย์ เจ้าหน้าที่เอกซเรย์ เจ้าหน้าที่กายภาพบำบัด ผู้ช่วยเภสัชกร หรือผู้ที่ปฏิบัติงานเทคนิคเฉพาะด้านที่ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่บรรจุด้วยวุฒิประกาศนียบัตร ระยะเวลาการศึกษาในหลักสูตรไม่น้อยกว่า 1 ปี ซึ่งใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งตามที่ ก.พ. กำหนด

“หน่วยบริการ” หมายความว่า โรงพยาบาล สถานีอนามัย หรือที่เรียกชื่ออื่น แต่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน หรือหน่วยงานอื่นใด ซึ่งดำเนินการเพื่อการสาธารณสุขที่เป็นสถานอำนวยการอันเป็นสาธารณประโยชน์

ข้อ 5 การจ่ายเงินค่าตอบแทนให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานให้กับหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับคำสั่ง หรือได้รับมอบหมายให้บริการ หรือสนับสนุนบริการในงานด้านต่าง ๆ ในหน่วยบริการ หรือนอกหน่วยบริการ หรือต่างหน่วยบริการ ให้พิจารณาตามความเหมาะสมกับความจำเป็นและไม่จำเป็นภาระต่อสถานะเงินบำรุงของหน่วยบริการและให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

ข้อ 6 การได้รับเงินค่าตอบแทนตามข้อบังคับนี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าหน้าที่ที่จะได้เงินอื่นใดที่พึงจ่ายในทำนองเดียวกันตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือหลักเกณฑ์อื่น

ข้อ 7 ให้เจ้าหน้าที่มีสิทธิได้รับเงินค่าตอบแทน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินค่าตอบแทน ตามที่กำหนดไว้ท้ายข้อบังคับนี้

ข้อ 8 ในกรณีที่ต้องจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อ 7 ให้คณะกรรมการตามข้อ 9 ประกาศกำหนดการจ่ายเงินค่าตอบแทนได้ โดยพิจารณาตามความจำเป็นของหน่วยบริการและต้องไม่เป็นภาระต่อสถานะเงินบำรุงของหน่วยบริการ ดังนี้

(1) กรณีที่ต้องจ่ายเงินค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นไม่เกินหนึ่งเท่าของอัตราที่กำหนดไว้ตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ่ายเงินค่าตอบแทนที่แนบท้ายข้อบังคับนี้ ให้คณะกรรมการตามข้อ 9 ประกาศกำหนดแล้วเสนอปลัดกระทรวงสาธารณสุขทราบ

(2) กรณีที่ต้องจ่ายเงินค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นเกินกว่าหนึ่งเท่าหรือปรับลดจากอัตราที่กำหนดไว้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ่ายเงินค่าตอบแทนที่แนบท้ายข้อบังคับนี้ ให้คณะกรรมการตามข้อ 9 ประกาศกำหนด โดยเสนอขอความเห็นชอบจากปลัดกระทรวงสาธารณสุขก่อน

(4) ในกรณีที่ต้องจ่ายเงินค่าตอบแทนให้แก่เจ้าหน้าที่บางประเภทเป็นการเฉพาะนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ่ายเงินค่าตอบแทนที่แนบท้ายข้อบังคับนี้ ให้คณะกรรมการตามข้อ 9 ประกาศกำหนดประเภทและอัตราการจ่ายเงินค่าตอบแทนได้ โดยเสนอขอความเห็นชอบจากปลัดกระทรวงสาธารณสุขก่อน

ข้อ 9 ให้มีคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน ประกอบด้วย

(1) ในราชการบริหารส่วนกลาง ให้หัวหน้าราชการแต่งตั้ง ผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการเห็น ว่าเหมาะสม เป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการกองและผู้บริหารหน่วยบริการในส่วนราชการนั้น ไม่เกิน 12 คน เป็นกรรมการ และผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่หรือผู้อำนวยการกองคลัง เป็นกรรมการและเลขานุการ

(2) ในราชการบริหารส่วนกลางที่สำนักงานตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค และราชการบริหารส่วนภูมิภาค ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นประธานกรรมการ หัวหน้าหน่วยบริการทุกระดับ ไม่เกิน 15 คน เป็นกรรมการ และหัวหน้าฝ่ายบริหาร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ

ข้อ 10 ให้มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการจ่ายค่าตอบแทน ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง เพื่อทำหน้าที่ติดตามและประเมินประสิทธิภาพ และความเหมาะสมของการจ่ายค่าตอบแทนโดยรวม แล้วรายงานผลการประเมินให้หัวหน้าส่วนราชการหรือ ผู้ว่าราชการจังหวัด และปลัดกระทรวงสาธารณสุขทราบปีละ 1 ครั้ง

ข้อ 11 การจ่ายเงินค่าตอบแทน ให้กับเจ้าหน้าที่ของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขตามข้อบังคับฉบับเดิม ก่อนวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าถูกต้องตามข้อบังคับที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น

ข้อ 12 ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้อำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

ประกาศ ณ วันที่ ตุลาคม พ.ศ.2544
(นายวินัย วิริยกิจจา)
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

 

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินค่าตอบแทน
แนบท้ายข้อบังคับกระทรวงสาธารณสุข
ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานให้กับหน่วยบริการ
ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ 2544


หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานให้กับหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยจำแนกตามประเภทการจ่ายค่าตอบแทน ดังนี้

ข้อ 1 ค่าตอบแทนในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
การจ่ายเงินค่าตอบแทนในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ มีเจตนารมณ์เพื่อการจ่ายเงินค่าตอบแทนสำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการในช่วงนอกเวลาราชการ โดยให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ ดังนี้

1.1 ให้หัวหน้าหน่วยบริการกำหนดประเภทและจำนวนเจ้าหน้าที่ตามความเหมาะสมกับความจำเป็นของงานและไม่เป็นภาระต่อสถานะเงินบำรุงของหน่วยบริการ โดยจัดทำเป็นคำสั่งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน

1.2 เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานในลักษณะที่เป็นเวรหรือเป็นผลัดซึ่งต้องปฏิบัติงานติดต่อกันไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง และในกรณีปฏิบัติงานไม่ถึง 8 ชั่วโมง ให้ลดเงินค่าตอบแทนลงตามส่วนเศษของชั่วโมงถ้าไม่ถึงครึ่งชั่วโมงให้ตัดเศษทิ้ง เศษของชั่วโมงถ้าถึงครึ่งชั่วโมงให้ปัดเศษเป็น 1 ชั่วโมง หรือเจ้าที่ต้องปฏิบัติงานในลักษณะเป็นรายชั่วโมง แล้วแต่กรณี

1.3 อัตราค่าตอบแทนแพทย์ จำแนกดังนี้

(1) กรณีที่ปฏิบัติงานประจำอาคารผู้ป่วยนอกพร้อมที่จะให้การดูแลผู้ป่วยได้ตลอดเวลาและทันท่วงทีเมื่อมีผู้ป่วยมารับบริการ เช่น แพทย์เวรอุบัติเหตุและฉุกเฉิน เป็นต้น ให้ได้รับค่าตอบแทนในอัตรา คนละ 800 บาท

(2) กรณีที่ปฏิบัติงานแพทย์เวรในประจำหน่วยบริการหรือรอให้คำปรึกษา ให้ได้รับค่าตอบแทนตามปริมาณงานที่ให้บริการตามอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราค่าตอบแทนการให้บริการผู้ป่วยนอกเวลาราชการตามคุณภาพและปริมาณงานตามบัญชีหมายเลข 1 ท้ายหลักเกณฑ์นี้ แต่ทั้งนี้เงินค่าตอบแทนที่ได้รับต้องไม่ต่ำกว่าคนละ 400 บาท

(3) กรณีที่ปฏิบัติงานให้บริการต่างหน่วยบริการ ได้รับค่าตอบแทนตามคุณภาพและปริมาณงานตามบัญชีหมายเลข 1 ท้ายหลักเกณฑ์นี้ แต่ทั้งนี้เงินค่าตอบแทนที่ได้รับต้องไม่ต่ำกว่า ชั่วโมงละ 100 บาท

1.4 อัตราค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในลักษณะเป็นเวรหรือเป็นผลัด จำแนกดังนี้

(1) แพทย์ และทันตแพทย์ คนละ 800 บาท

(2) เภสัชกร คนละ 500 บาท

(3) นักวิทยาศาสตร์ พยาบาลวิชาชีพ คนละ 400 บาท นักวิชาการทางด้านสาธารณสุข ทันตานามัย

(4) พยาบาลเทคนิค เจ้าพนักงานสาธารณสุข คนละ 300 บาท และเจ้าพนักงานเทคนิค

(5) เจ้าหน้าที่พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข คนละ 250 บาท และเจ้าหน้าที่เทคนิค

(6) ข้าราชการอื่น เช่น เจ้าหน้าที่เวชระเบียน เจ้าหน้าที่การเงิน เป็นต้น ให้ได้รับค่าตอบแทนตามตำแหน่งที่ครองอยู่ในปัจจุบัน โดยให้เบิกเงินระดับเริ่มต้นของสายงานในตำแหน่งที่ครองอยู่นั้น กล่าวคือ
สายงานที่เริ่มต้นในระดับ 1 คนละ 250 บาท
สายงานที่เริ่มต้นในระดับ 2 คนละ 300 บาท
สายงานที่เริ่มต้นในระดับ 3 คนละ 400 บาท

(7) ลูกจ้าง ตำแหน่งอื่น ๆ คนละ 200 บาท

1.5 อัตราค่าตอบแทนสำหรับทันตแพทย์ที่ปฏิบัติงานต่างหน่วยบริการ ได้รับค่าตอบแทนตามคุณภาพและปริมาณตามบัญชีหมายเลข 2 ท้ายหลักเกณฑ์นี้ แต่ทั้งนี้เงินค่าตอบแทนที่ได้รับต้องไม่ต่ำกว่า ชั่วโมงละ 100 บาท

1.6 อัตราค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่เฉพาะที่ปฏิบัติงานในทีมผ่าตัด จำแนกดังนี้

(1) การบริการในหน่วยบริการ นอกหน่วยบริการ ต่างหน่วยบริการ พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในทีมช่วยผ่าตัด ได้รับค่าตอบแทนตามจำนวนผู้ป่วยที่ควรแต่ละราย ในอัตราคนละ 100 บาทสำหรับการผ่าตัดเล็ก และคนละ 200 บาทสำหรับการผ่าตัดใหญ่เจ้าหน้าที่อื่นให้ได้รับค่าตอบแทนตามจำนวนผู้ป่วยแต่ละราย ในอัตราที่ลดลงตามส่วน

(2) การบริการนอกหน่วยบริการ หรือต่างหน่วยบริการ พยาบาลที่เตรียมผู้ป่วยและดูแลผู้ป่วยหลังการผ่าตัดแต่ละราย ได้รับค่าตอบแทนตามจำนวนผู้ป่วย ในอัตราทีมละ 100 บาทสำหรับทีมผ่าตัดเล็ก ทีมละ 300 บาทสำหรับทีมผ่าตัดใหญ่

(3) อัตราค่าตอบแทนตาม (1) หรือ (2) รวมกันแล้วเงินค่าตอบแทนที่ได้รับต่ำสุดของแต่ละคนต้องไม่น้อยกว่าอัตราที่กำหนดตาม 1.4

1.7 อัตราค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานต่างหน่วยบริการหลัก ที่ให้บริการตรวจรักษาแบบผู้ป่วยนอก จำแนกดังนี้

(1) แพทย์ ทันตแพทย์ ชั่วโมงละ 100 บาท
(2) เภสัชกร ชั่วโมงละ 90 บาท
(3) นักวิทยาศาสตร์ พยาบาลวิชาชีพ ชั่วโมงละ 80 บาท นักวิชาการทางด้านสาธารณสุข ทันตานามัย
(4) พยาบาลเทคนิค เจ้าพนักงานสาธารณสุข ชั่วโมงละ 60 บาท และเจ้าพนักงานเทคนิค
(5) เจ้าหน้าที่พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ชั่วโมงละ 50 บาท และเจ้าหน้าที่เทคนิค

ข้อ 2 ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานในคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ

การจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานในคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ มีเจตนารมณ์เพื่อการจ่ายเงินค่าตอบแทน สำหรับเจ้าหน้าที่ที่หัวหน้าหน่วยบริการกำหนดให้ปฏิบัติงานในคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ ซึ่งหน่วยบริการพิจารณาจัดคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการขึ้นเพื่อการบริการที่มีลักษณะเฉพาะและเป็นไปตามความจำเป็นและเหมาะสม นอกเหนือจากการจัดคลีนิกบริการปกติของงหน่วยบริการ โดยให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ ดังนี้

2.1 ให้หัวหน้าหน่วยบริการกำหนดประเภท และจำนวนเจ้าหน้าที่ตามความจำเป็นของงาน และไม่เป็นนภาระต่อสถานะเงินบำรุงของหน่วยบริการ โดยจัดทำเป็นตำสั่งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานให้บริการในคลินิกพิเศานอกเวลาราชการ
2.2 ต้องไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติงานในเวลาราชการปกติ หรืออยู่ปฏิบัติงานในลักษณะเวร หรือผลัดอยู่แล้ว
2.3 การจ่ายเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานที่คิดเป็นรายชั่วโมง เศษของชั่วโมงถ้าไม่ถึงครึ่งชั่วโมงให้ตัดเศษทิ้ง เศษของชั่วโมงถ้าถึงครึ่งชั่วโมงให้ปัดเศษเป็น 1 ชั่วโมง
2.4 อัตราค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ จำแนกดังนี้

(1) เภสัชกร ชั่วโมงละ 90 บาท
(2) นักวิทยาศาสตร์ พยาบาลวิชาชีพ ชั่งโมงละ 80 บาท นักวิชาการทางด้านสาธารณสุข ทันตานามัย
(3) พยาบาลเทคนิค เจ้าพนักงานสาธารณสุข ชั่วโมงละ 60 บาท และเจ้าพนักงานเทคนิค
(4) เจ้าหน้าที่พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ชั่วโมงละ 50 บาท และเจ้าหน้าที่เทคนิค
(5)เจ้าหน้าที่อื่นที่ปฏิบัติงานสนับสนุนบริการไม่เกิน 4 ชั่วโมง ให้ได้รับค่าตอบแทนเป็นการเหมาจ่ายต่อการปฏิบัติงานในอัตราครึ่งหนึ่งของอัตราค่าตอบแทนที่กำหนดตามข้อ 1

2.5 อัตราค่าตอบแทนแพทย์ที่ปฏิบัติงานให้บริการแบบผู้ป่วยนอก ได้รับค่าตอบแทนสำหรับการตรวจผู้ป่วยรายละ 30 บาท แต่รวมกันแล้วเงินค่าตอบแทนที่ได้รับต่ำสุดต้องไม่น้อยกว่าชั่วโมงละ 100 บาท

2.6 อัตราค่าตอบแทนทันตแพทย์ที่ปฏิบัติงานบริการทันตกรรม ได้รับค่าตอบแทนตามคุณภาพและปริมาณการบัญชีหมายเลข 2 ท้ายหลักเกณฑ์นี้ แต่รวมกันแล้วเงินค่าตอบแทนที่ได้รับต่ำสุดต้องไม่น้อยกว่าชั่วโมงละ 100 บาท

ข้อ 3 ค่าตอบแทนในการปฏิบัติงานเวรหรือผลัดบ่ายและหรือผลัดดึกของพยาบาล

ค่าตอบแทนในการปฏิบัติงานเวรหรือหรือผลัดบ่ายและหรือผลัดดึกของพยาบาล มีเจตนารมณ์เพื่อการจ่ายเงินค่าตอบแทนเพิ่มเป็นพิเศษสำหรับพยาบาลที่ปฏิบัติงานในเวรหรือผลัดบ่ายหรือผลัดดึก เพื่อเป็นการสร้าง
ขวัญและกำลังใจให้กับพยาบาลที่ต้องปฏิบัติงานในเวลาที่ผิดปกติของวิถีการดำรงชีวิตประจำวัน และเพื่อลดปัญหาการขาดแคลนพยาบาลที่จะขึ้นปฏิบัติงานในช่วงเวลาดังกล่าว โดยให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้

3.1 ให้หัวหน้าหน่วยบริการกำหนดเจ้าหน้าที่ตามความเหมาะสมกับความจำเป็นของงานและไม่เป็นภาระต่อสถานะเงินบำรุงของหน่วยบริการ โดยจัดทำเป็นคำสั่งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน

3.2 อัตราค่าตอบแทนพยาบาลที่ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติงานเป็นลักษณะเวรหรือผลัด และเมื่อได้ปฏิบัติงานเฉพาะผลัดบ่ายและหรือผลัดดึก เสมือนเป็นการปฏิบัติราชการในเวลาราชการปกติ (ไม่ใช้กรณีปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ) ให้ได้รับค่าตอบแทน ดังนี้

(1) พยาบาลวิชาชีพ คนละ 200 บาท
(2) พยาบาลเทคนิค คนละ 150 บาท
(3) เจ้าหน้าทีพยาบาล คนละ 120 บาท
ข้อ 4 ค่าตอบแทนในการปฏิบัติงานชันสูตรพลิกศพ
ค่าตอบแทนในการปฏิบัติงานชันสูตรพลิกศพ มีเจตนารมณ์เพื่อการจ่ายเงินค่าตอบแทนสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับคำสั่งให้ออกไปปฏิบัติงานการชันสูตรพลิกศพ โดยให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้

4.1 อัตราค่าตอบแทนหรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและผ่านการอบรมแล้ว ให้ได้รับเงินค่าตอบแทนตามระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วนการจ่ายค่าตอบแทน หรือค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทางและค่าที่พัก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 พ.ศ. 2543 และระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการจ่ายค่าตอบแทน หรือค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากแพทย์ ให้ไปชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 21) พ.ศ.2542 มาตรา 7 พ.ศ.2543 โดยให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนจากเงินงบประมาณที่ตั้งไว้เป็นการเฉพาะหากกรณีเงินงบประมาณไม่เพียงพอให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนจากเงินบำรุงของหน่วยบริการ

4.2 อัตราค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้ผ่านการอบรมตาม 4.1 รวมทั้งพนักงานขับรถที่ร่วมปฏิบัติงานในทีมชันสูตรพลิกศพ ให้หัวหน้าหน่วยบริการมอบหมายตามประเภทและจำนวนตามความจำเป็นของแต่ละพื้นที่ในแต่ละครั้งที่ออกปฏิบัติงาน ทั้งนี้ให้ได้รับเงินค่าตอบตามอัตราค่าตอบแทนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ตามข้อ 1

4.3 แพทย์หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในลักษณะที่เป็นเวรหรือเป็นผลัดหากต้องออกไปปฏิบัติงานในการชันสูตรพลิกศพ ให้ได้รับค่าตอบแทนในลักษณะที่เป็นเวรหรือเป็นผลัดหากต้องออกไปปฏิบัติงานในการชันสูตรพลิกศพ ให้ได้รับค่าตอบแทนทั้งสองกรณี แต่ทั้งนี้การจ่ายค่าตอบแทนในลักษณะที่เป็นเวรหรือเป็นผลัดให้ลดลงตามส่วน ตามข้อ 1.2

ข้อ 5 ค่าตอบแทนพิเศษสำหรับแพทย์สาขาส่งเสริมพิเศษ
ค่าตอบแทนพิเศษสำหรับแพทย์สาขาส่งเสริมพิเศษ มีเจตนารมณ์เพื่อการจ่ายเงินค่าตอบแทนสำหรับแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติบัตร ตามสาขาที่กำหนด รวมทั้งแพทย์ที่ปฏิบัติงานที่มีปัญหาความขาดแคลนเฉพาะตามที่กำหนด เพื่อเป็นการจูงใจให้มีแพทย์ดังกล่าวปฏิบัติงานให้บริการ โดยให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้

5.1 แพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติบัตร สาขาส่งเสริมพิเศษตามที่กำหนด หรือ แพทย์ที่ปฏิบัติงานในงานเฉพาะที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติงานให้บริการตามสาขาวิชาหรือประเภทที่กำหนดไว้ ดังนี้

(1) สาขาวิชาพยาธิวิทยา
(2) สาขาวิชาวิสัญญีวิทยา
(3) สาขาวิชารังสีวิทยาทั้งไป
(4) สาขาวิชารังสีรักษา
(5) สาขาวิชารังสีวินิจฉัย
(6) สาขาวิชาเวชศาสตร์นิวเคลียร์
(7) สาขาวิชาจิตเวชศาสตร์
(8) สาขาวิชาเวชศาสตร์ป้องกัน
(9) แพทย์ที่ปฏิบัติงานในด้านการบำบัดรักษายาเสพติด
(10) แพทย์ที่ปฏิบัติงานในฝ่ายจิตเวช
(11) แพทย์ที่ปฏิบัติงานในกลุ่มงานเวชกรรมสังคม
(12) สาขาวิชาเวชปฏิบัติทั่วไป ที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการด่านหน้า เช่น แผนก ผู้ป่วยนอก แผนกฉุกเฉิน ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 56 ชั่วโมง
(13) สาขาวิชานิติเวชศาสตร์
(14) สาขาวิชาเวชปฏิบัติครอบครัว ที่ปฏิบัติงานให้บริการเวชปฏิบัติครอบครัว ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 56 ชั่วโมง
5.2 อัตราค่าตอบแทนให้ได้รับเป็นรายเดือน อัตราเดือนละ 4,000 บาท แต่เมื่อได้รับค่าตอบแทนเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาเฉพาะ ตามพระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. 2538 ให้งดการเบิกจ่ายค่าตอบแทนประเภทนี้
5.3 ให้คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน เป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของแพทย์ที่สมควรได้รับเงินค่าตอบแทน มีอำนาจในการอนุมัติ ตรวจสอบ ความเหมาะสมของผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนเป็นระยะ ๆ หากพบว่าผิดเงื่อนไขให้เสนอผู้มีอำนาจสั่งให้แพทย์ผู้นั้นยุติการรับเงินค่าตอบแทนทันที
ข้อ 6 ค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายสำหรับแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และพยาบาลวิชาชีพ ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชน และพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในสถานีอนามัยขนาดใหญ่
ค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายสำหรับแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และพยาบาลวิชาชีพ ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชน และพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในสถานีอนามัยขนาดใหญ่ มีเจตนารมณ์ เพื่อการจ่ายเงินค่าตอบแทนในการสร้างแรงจูงใจให้มีเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงานในพื้นที่ทุรกันดารและขาดแครนบุคลากร และแก้ปัญหาขาดแครนบุคลากร โดยให้ผู้ภายใต้หลักเกณฑ์ ดังนี้
6.1 การแบ่งระดับโรงพยาบาลชุมชนตามสภาพพื้นที่ ดังนี้
(1) พื้นที่ปกติ
(2) พื้นที่ทุรกันดารและขาดแคลน ระดับ 1
(3) พื้นที่ทุรกันดารและขาดแคลน ระดับ 2
6.2 แพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร ที่ได้รับค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย ต้องปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชน ที่มีจำนวนเงินไม่เกิน 60 เตียง และมีแพทย์ปฏิบัติราชการเป็นการประจำไม่เกิน 6 คนในพื้นที่ปกติ หรือ
6.3 แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และพยาบาลวิชาชีพ ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่ทุรกันดารและขาดแคลนบุคลากร ตามที่คณะกรรมการที่กระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้กำหนด โดยมีการปรับปรุงรายชื่อโรงพยาบาลชุมชนตามความเหมาะสมทุก ๆ 2 ปี
6.4 ให้เบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายดังนี้
(1) พื้นที่ปกติ
แพทย์และทันตแพทย์ ปฏิบัติงานปีแรกได้รับคนละ 2,000 บาท/เดือน ปฏิบัติงานปีต่อ ๆ ไป ได้รับคนละ 2,000 บาท/เดือน
เภสัชกร ปฏิบัติงานคนแรกได้รับปีละ 1,700 บาท/เดือน
ปฏิบัติงานปีต่อ ๆ ไป ได้รับคนละ 1,900 บาท/เดือน
(2) พื้นที่ทุรกันดารและขาดแคลน ระดับ 1
แพทย์และทันตแพทย์ ได้รับคนละ 10,000 บาท/เดือน
เภสัชกร ได้รับคนละ 5,000 บาท/เดือน
พยาบาลวิชาชีพ ได้รับคนละ 1,000 บาท/เดือน
(3)พื้นที่ทุรกันดารที่ขาดแคลน ระดับ 2
แพทย์และทันตแพทย์ ได้รับคนละ 20,000 บาท/เดือน
เภสัชกร ได้รับคนละ 10,000 บาท/เดือน
พยาบาลวิชาชีพ ได้รับคนละ 2,000 บาท/เดือน
6.5 พยาบาลวิชาชีพ ที่ปฏิบัติงานในสถานีอนามัยขนาดใหญ่ ในพื้นที่ทุรกันดาร ห่างไกลและขาดแคลนบุคลากร ตามที่คณะกรรมการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และมีการปรับปรุงพื้นที่ตามความเหมาะสมทุก ๆ 2 ปี โดยได้รับเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายในอัตราคนละ 2,000 บาท/เดือน
6.6 เจ้าหน้าที่ที่มีสิทธิได้รับเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย จะต้อง
(1) เป็นผู้ปฏิบัติราชการเป็นการประจำในโรงพยาบาลชุมชน หรือสถานีอนามัยขนาดใหญ่ที่จะใช้สิทธิเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายแห่งนั้นไม่น้อยกว่า 15 วันทำการในเดือนที่เบิกเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ลาอุปสมบท ลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ลาคลอดบุตร
(2) ไม่ลาศึกษาหรืออบรมเกิน 4 สัปดาห์ ในปีงบประมาณที่ใช้สิทธิเบิกเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนให้ใช้สิทธิเบิกเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายได้
(3) ไม่เป็นผู้ถูกลงโทษพักใช้ใบอนุญาต หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพราะการประพฤติผิดจริยธรรม
6.7 ให้เบิกค่าตอบแทนจากเงินงบประมาณ หากเงินงบประมาณไม่เพียงพอ ให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนจากเงินบำรุงของหน่วยบริการ
ข้อ 7 ค่าตอบแทนเงินเพิ่มพิเศษสำหรับแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัช ที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว และหรือปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชน
ค่าตอบแทนสำหรับแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร ที่อุทิศเวลาในการปฏิบัติงานให้บริการแก่ประชาชนอย่างเต็มที่ โดยไม่วิตกกังวลต่อการแสวงหารายได้เพิ่มเติมจากการทำเวชปฏิบัติส่วนตัวในภาคเอกชน นอกเวลาราชการ ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยบริการที่อยู่ในส่วนภูมิภาคที่ห่างไกล ไม่ต้องย้ายสถานที่ปฏิบัติงานไปเมืองใหญ่ ๆที่สามารถหารายได้จากการทำเวชปฏิบัติส่วนตัวในภาคเอกชนได้โดยให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ ดังนี้
7.1 แพทย์ ทันตแพทย์และเภสัชกร ที่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษ จะต้อง
(1) เป็นผู้ปฏิบัติงานในหน่วยบริการที่มีหน้าที่หลักในการบริการด้านรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ควบคุมป้องกันโรค หรือฟื้นฟูสภาพ ได้แก่ โรงพยาบาล หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่น
(2) เป็นผู้ไม่ปฏิบัติเวชส่วนตัวและหรือปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจรักษา การรับปรึกษา การแปรผล การตรวจวินิจฉัย การให้บริการทางทันตกรรม การจ่ายยา การผลิตยาหรือการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขใด ๆ ซึ่งมีความหมายในทำนองเดียวกัน
(3) เป็นผู้อุทิศเวลาให้กับทางราชการและพร้อมที่จะปฏิบัติงานอื่น ที่หัวหน้าหน่วยบริการมอบหมายเพิ่มเติมจากงานประจำ เช่น การให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยในคลีนิกนอกเวลาราชการ หรือออกหน่วยเคลื่อนที่ หน่วยแพทย์กรณีฉุกเฉิน การให้บริการเวชศาสตร์ครอบครัวในหน่วยบริการปฐมภูมิ การอยู่เวรพร้อมปฏิบัติงานชันสูตรพลิกศพหรือกิจกรรมที่คณะกรรมการบริหารหน่วยบริการกำหนด
(4) เป็นผู้เสียสละ ปฏิบัติงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น เป็นที่ประจักษ์ โดยให้คณะกรรมการหน่วยบริหารหน่วยบริการ ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติและประเมินความเหมาะสมผู้ที่ขอรับเงินเพิ่มพิเศษ ก่อนเสนอให้คณะกรรมการตาม 7.6 พิจารณาอนุมัติ

(5) เป็นผู้ปฏิบัติงานให้บริการแก่ผู้บริการโดยตรง ไม่น้อยกว่า 15 ทำการในเดือนนั้น ๆ เว้นแต่
(ก) กรณีที่ทางราชกาสั่งให้ไปปฏิบัติงานอื่นตามความประสงค์ของหน่วยบริการ
(ข) ลาไปอุปสมบท การลาไปประกอบพิธีฮัจย์ หรือการลาคลอดบุตร
7.2 แพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร ที่ไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับเงินเพิ่มพิเศษ คือ
(1) ผู้ที่อยู่ในระหว่างการศึกษา ลาฝึกอบรม ลาดูงาน หรือการลาประเภทอื่น ๆ ตามความประสงค์ของผู้ลา ซึ่งการลาดังกล่าวทำให้เหลือวันปฏิบัติงานให้บริการน้อยกว่า 15 วันทำการในเดือนนั้น ๆ
(2) ผู้ที่ได้รับคำสั่งให้เข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับต้น ระดับกลาง หรือระดับสูง หรือเข้ารับการอบรมหลักสูตรอื่นที่ทำให้เหลือวันปฏิบัติงานให้บริการน้อยกว่า 15 วันทำการในเดือนนั้น ๆ
(3) ผู้ถูกลงโทษให้พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หรือประกอบโรคศิลปะ
(4) ผู้บริหารหน่วยบริการ เว้นแต่ผู้บริหารที่ทำหน้าที่บริหารและให้บริการแก่ผู้รับบริการโดยตรง
7.3 การขอรับเงินเพิ่มพิเศษ ให้แพทย์ ทันตแพทย์และเภสัชกร ที่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษ ยื่นคำขอตามแบบแนบท้ายหลักเกณฑ์นี้ พร้อมระบุงานที่ตั้งใจจะปฏิบัติหรือปฏิบัติมาแล้ว (นอกเหนือจากงานประจำ) ซึ่งมีผลการปฏิบัติงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์อันแสดงถึงความเสียสละ การอุทิศงานและเวลาให้กับทางราชการ ต่อคณะกรรมการหน่วยบริการ ตาม 7.1 (4) ที่ต้นสังกัดหรือปฏิบัติงานอยู่
7.4 อัตราค่าตอบแทน สำหรับแพทย์ ทันตแพทย์ ให้ได้รับอัตราเดือนละ 10,00 บาท และเภสัชกร ให้ได้รับอัตราเดือนละ 5,000 บาท
7.5 ให้คณะกรรมการบริหารหน่วยบริการ ตาม 7.1 (4) ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติและประเมินความเหมาะสมของผู้ที่ขอรับเงินเพิ่มพิเศษ
กรณีที่คณะกรรมการบริหารหน่วยบริการ ได้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอรับเงินเพิ่มพิเศษตามหลักเกณฑ์ใน 7.1 แล้ว เห็นว่าครบถ้วนให้ประเมินความเหมาะสมแล้วเสนอผลการพิจารณาให้คณะกรรมการตาม 7.6 เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษแล้วไม่ครบถ้วนถูกต้อง ให้คณะกรรมการดังกล่าว แจ้งผู้ขอรับเงินเพิ่มพิเศษทราบ โดยไม่ต้องทำการประเมินความเหมาะสม
7.6 ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการเบิกจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
(1) ในราชการบริหารส่วนกลาง ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการของแต่ละกรม ซึ่งประกอบด้วยรองอธิบดีหรือผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการมอบหมายเป็นประธาน ผู้อำนวยการกองที่เกี่ยวข้องไม่เกิน 10 คน เป็นกรรมการและเป็นผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่หรือผู้อำนวยการกองคลัง เป็นกรรมการและเลขานุการ
(2) ในราชการบริหารส่วนกลางที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคและราชการบริหารส่วนภูมิภาค ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นประธาน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วไป หัวหน้าหน่วยบริการที่สังกัดส่วนราชการในราชการบริหารส่วนกลางที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น หัวหน้าฝ่ายทันตสาธารณสุข หัวหน้าฝ่ายเภสัชสาธารณสุข หัวหน้ากลุ่มงานทันตกรรม หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม และผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเห็นสมควรแต่งตั้งอีกไม่เกิน 5 คน เป็นกรรมการ และหัวหน้าฝ่ายบริหาร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ
7.7 ให้คณะกรรมการตาม 7.6 มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) พิจารณาคุณสมบัติและผลการประเมินความเหมาะสมผู้ที่ขอรับเงินเพิ่มพิเศษที่คณะกรรมการตาม 7.1 (4) เสนอ หากเห็นว่าถูกต้องและเหมาะสม ก็ให้พิจารณษอนุมัติให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษตามหลักเกณฑ์นี้
(2) พิจารณาไม่อนุมัติหรือระงับการจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ ในกรณีผู้เบิกเงินมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์นี้ หรือกระทำผิดสัญญา หรือคณะกรรมการติดตามประเมินผลการจ่ายเงินค่าตอบแทนรายงานว่า ผู้เบิกเงินกระทำผิดสัญญาหรือได้รับอนุมัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์นี้
(3) กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและปฏิบัติเพิ่มเติมในการขอรับเงินเพิ่มพิเศษ โดยไม่ขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์นี้ รวมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการตามหลักเกณฑ์นี้
(4) กำหนดมาตราการส่งเสริมให้แพทย์ ทันตแพทย์หรือเภสัชกรที่ได้รับเงินเพิ่มพิเศษสร้างผลงานทางด้านวิชาการ หรือดำเนินการพิจารณาระบบบริหารและระบบบริการ
(5) กำหนดวิธีการตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผล เพื่อให้การจ่ายเงินเพิ่มพิเศษแก่ แพทย์ ทันตแพทย์และเภสัชกร เป็นไปอย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพ และให้มีการพิจารณาทบทวนการอนุมัติบุคคลตาม (1) อย่างน้อยทุก 1 ปี
7.8 แพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร ที่ได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการตาม 7.6 ให้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษ และต้องทำสัญญาตามแบบแนบท้ายหลักเกณฑ์นี้
(1) ผู้ที่ปฏิบัติราชการอยู่ในราชการบริหารส่วนกลาง ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม เป็นผู้ลงนามรับสัญญาแทน
(2) ผู้ที่ปฏิบัติราชการประจำอยู่ในราชการบริหารส่วนภูมิภาค ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นผู้ลงนามรับสัญญาแทน
(3) กรณีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้ให้สัญญา ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเขตนั้น เป็นผู้ลงนามรับสัญญาแทน
7.9 สัญญาที่ผู้มีอำนาจลงนามรับสัญญาแล้ว ให้ผู้มีสิทธิรับเงินเพิ่มพิเศษ ได้รับเงินตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนทัดไป
7.10 ให้มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการจ่ายค่าตอบแทน ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม หรือผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้ง ทำหน้าที่ตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการจ่ายเงินเพิ่มพิเศษให้เป็นไปด้วยความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพแล้วรายงานให้คณะกรรมการตาม 7.6 และปลัดกระทรวงสาธารณสุขทราบ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง กรณีพบว่าผู้มีสิทธิรับเงินเพิ่มพิเศษรายใดกระทำผิดสัญญา หรือได้รับอนุมัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์นี้ ให้รายงานคณะกรราการตาม 7.6 พิจารณาโดยเร่งด่วน
7.11 แพทย์ ทันตแพทย์และเภสัชกร ที่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษ หากไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้กับส่วนราชการต้นสังกัด จะถูกเรียกเงินเพิ่มพิเศษคืนทั้งเดือน ไม่ว่าจะเริ่มผิดสัญญาวันใด และถูกปรับเป็นเงินอีกสองเท่าของเงินเพิ่มพิเศษที่เรียกคืนนั้น พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ผิดสัญญา ทั้งนี้ เงินที่เรียกคืนรวมทั้งค่าปรับและดอกเบี้ย ให้ส่งคืนเป็นเงินรายได้แผ่นดิน หรือเป็นเงินบำรุงของหน่วยบริการนั้น ๆ แล้วแต่กรณี
7.12 แพทย์ ทันตแพทย์และเภสัชกรที่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษ หากไม่ประสงค์จะรับเงินเพิ่มพิเศษต่อไป ให้แจ้งหัวหน้าส่วนราชการทราบ โดยยื่นผ่านคณะกรรมการตาม 7.6 เพื่อระงับการจ่ายเงินเพิ่มพิเศษทั้งนี้การแจ้งไม่ประสงค์จะรับเงินเพิ่มพิเศษ จะต้องทำเป็นหนังสือยื่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนถึงวันเลิกรับเงินเพิ่มพิเศษ
7.13 เงินเพิ่มพิเศษให้เบิกจ่ายจากเงินงบประมาณ หากเงินงบประมาณไม่เพียงพอให้เบิกจ่ายจากเงินบำรุงของหน่วยบริการ
7.14 ให้คณะกรรมการตาม 7.6 รวบรวมข้อมูล เมื่อสิ้นปีงบประมาณนั้น ๆ แล้วรายงานให้ส่วนราชการต้นสังกัดและกระทรวงสาธารณสุขทราบ ตามแบบแนบท้ายหลักเกณฑ์นี้
7.15 แพทย์ ทันตแพทย์และเภสัชกรที่ได้ทำสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษไว้แล้วตามหลักเกณฑ์เดิมที่ถูกยกเลิกหลักเกณฑ์นี้และเป็นผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษตามหลักเกณฑ์นี้ให้ใช้สัญญา ดังกล่าว เพื่อรับเงินเพิ่มพิเศษจากหลักเกณฑ์นี้ต่อไป จนกว่าจะครบกำหนดตามสัญญา
7.16 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นี้ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด
ข้อ 8 ค่าตอบแทนในการปฏิบัติงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพและเวชปฏิบัติครอบครัว
ค่าตอบแทนในการปฏิบัติงานสร้างเสริมสุขภาพและเวชปฏิบัติครอบครัว มีเจตนารมณ์เพื่อการจ่ายเงินค่าตอบแทนสำหรับเจ้าหน้าที่ในการให้บริการด้านการสร้างเสริมสุขภาพ และการปฏิบัติงานด้านเวชปฏิบัติครอบครัว รวมทั้งการดำเนินกิจการรณรงค์เพื่อการส่งเสริมสุขภาพและการควบคุมป้องกันโรค ทั้งในและนอกบริการ เพื่อให้เกิดการบริการเชิงรุกถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้
8.1 ให้หัวหน้าหน่วยบริการหลักกำหนดเจ้าหน้าที่ตามความเหมาะสมกับความจำเป็นของงานและไม่เป็นภาระต่อสถานะเงินบำรุงของหน่วยบริการ โดยจัดทำเป็นคำสั่งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน
8.2 เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพและเวชปฏิบัติครอบครัว ในหน่วยบริการนอกเวลาราชการ และปฏิบัติการนอกหน่วยบริการ ปฐมภูมิทั้งในและนอกเวลาราชการ ทั้งนี้ประเภทกิจกรรมและจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ให้หัวหน้าหน่วยบริการหลักเป็นผู้กำหนดตามความจำเป็นและเหมาะสม
8.3 เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในกิจกรรมเชิงรุกที่เป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนในการสร้างเสริมสุขภาพ และการควบคุมป้องกันโรค การรณรงค์แก้ปัญหาด้านสุขภาพที่สำคัญในแต่ละพื้นที่ เป็นการปฏิบัติงานทั้งในและนอกเวลาราชการ ทั้งนี้ประเภทกิจกรรมและจำนวนเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานให้หัวหน้าหน่วยบริการหลักเป็นผู้กำหนดตามความจำเป็นและเหมาะสม
8.4 อัตราค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่ ให้ได้รับค่าตอบแทนตามอัตราค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตามข้อ 1

ข้อมูลจากคุณหมอวชิระ(ประธานชมรมแพทย์ชนบท) - [ 31 ต.ค. 2544 ]

 

สถาบันพระบรมราชชนก อาคาร 4 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-590-1946 โทรสาร 02-590-1947
ติดต่อ IWEBMASTER I I PORTPOLIO I I คลิกเพื่อพิมพ์หน้านี้ I I